พาเที่ยว นั่งชิลชิล วันนี้ อุทยานแห่งชาติ ตะรุเตา เป็นอุทยานทางทะเลที่ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน แถวช่องแคบมะละกา ของมหาสมุทรอินเดีย และอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดสตูล ภายในอุทยานมีเกาะอยู่มากถึง 51 เกาะ มีพื้นที่ประมาณ 9 แสนไร่ ที่นี่ยังจัดเป็นอุทยานที่มีชื่อเสียงในด้านความสวยงามทางธรรมชาติ ภูมิประเทศส่วนใหญ่ภายในอุทยานนอกจากจะเป็นหมู่เกาะแล้ว ยังเป็นภูเขาและป่าดิบชื้นที่มีพรรณไม้หลากหลายสายพันธุ์ รวมไปถึงสัตว์ป่านานาชนิด นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ป่าชายเลน และชายหาดน้อยใหญ่ที่มีทัศนียภาพสวยงาม รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวประเภทอื่นอีกมากมาย อย่างเช่นสถานที่ต่อไปนี้ หากคุณมีโอกาสเดินทางมายังอุทยานแห่งนี้บอกเลยว่าต้องห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด อาทิเช่น
อุทยานแห่งชาติ ตะรุเตา สวรรค์ของนักเดินทาง

ภาพจาก kapook.com
เกาะตะรุเตา
เป็นเกาะที่มีพื้นที่มากที่สุดในอุทยาน และยังมีธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก และนอกจากธรรมชาติสวยๆ แล้ว ที่นี่ยังมีประวัติศาสตร์ที่สำคัญ โดยในอดีตเคยเป็นสถานที่กักกันนักโทษทางการเมืองและนักโทษที่ทำผิดคดีอาญามาก่อน เหตุผลที่เลือกที่นี่เป็นที่คุมขัง ก็เพราะเกาะจะค่อนข้างอยู่ห่างไกลจากชายฝั่ง ทำให้ยากต่อการหลบหนี ปัจจุบันบนเกาะได้มีการจำลองอาคารและสถานกักขังนักโทษเอาไว้อีกด้วย สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของที่นี่ก็อย่างเช่น หาดพันเตมะละกา, แหลมโต๊ะบู, อ่าวเมาะและ, อ่าวสน และ อ่าวตะโละวาว
เกาะไข่

ภาพจาก thai.tourismthailand.org
เป็นเกาะขนาดเล็ก ที่ตั้งอยู่ระหว่างเกาะตะรุเตาและเกาะอาดัง โดยทั่วไปแล้วหากเดินทางมากับบริษัทนำเที่ยว ไกด์มักจะพานักท่องเที่ยวแวะที่เกาะไข่กันก่อน ที่จะเดินทางไปยังเกาะหลีเป๊ะ ธรรมชาติบนเกาะไข่ก็มีความสวยงามไม่แพ้ที่อื่นเช่นกัน โดยหาดทรายของที่นี่จะเป็นสีขาวละเอียด น้ำทะเลใสแจ๋ว นอกจากนี้เอกลักษณ์อีกอย่างของเกาะก็คือ ซุ้มประตูหินที่ตั้งอยู่ริมชายหาดยื่นลงไปในทะเล ส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเกาะแห่งนี้ มักไม่พลาดที่จะแวะเช็กอิน
เกาะอาดัง

ภาพจาก thai.tourismthailand.org
สำหรับเกาะแห่งนี้จะใหญ่เป็นอันดับสอง ของหมู่เกาะบนอุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา สำหรับสถานที่สำคัญบนเกาะก็คือจุดชมวิวผาชะโด บริเวณนี้นอกจากเราจะสามารถชมวิวทิวทัศน์ของท้องทะเลได้อย่างกว้างไกล ยังสามารถมองเห็นเกาะหลีเป๊ะได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ในอดีตที่นี่ยังเคยเป็นจุดสังเกตการณ์ของโจรสลัดอีกด้วย ไฮไลท์สำหรับของเกาะอาดังก็คือ บนเกาะจะมีบรรยากาศที่ค่อนข้างเงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อน เม็ดทรายขาวละเอียดเนียนนุ่ม และยังเป็นแหล่งชมปะการังน้ำตื้นที่สวยงามอีกด้วย สำหรับการเดินทางมาท่องเที่ยวยังหมู่เกาะอาดัง-ราวี ทางอุทยานจะปิดการท่องเที่ยวในระหว่างกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคมของทุกปี
ตามไปเสาะหาที่เที่ยวกันต่อได้ที่ หลงไปไหน



